ManageEngine Endpoint DLP Plus เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับการป้องกันข้อมูลรั่วไหลที่อุปกรณ์ปลายทาง โดยเว็บไซต์ผู้ผลิตกล่าวถึงการค้นหาข้อมูลสำคัญ การจำแนกข้อมูล และการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้อมูล ส่วน Endpoint Central มีหน้าอธิบาย DLP ภายในโซลูชันจัดการอุปกรณ์ของตน จึงต้องตรวจขอบเขตผลิตภัณฑ์และรุ่นแยกกัน

1. ระบุข้อมูลที่ต้องดูแล

เริ่มต้นด้วยคำถามว่าข้อมูลใดทำให้ธุรกิจเสียหายหากถูกส่งออกโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น รายการลูกค้า เอกสารทางการเงิน หรือแบบงานภายใน ตัวอย่างเหล่านี้เป็นโจทย์สำหรับการวางแผน ไม่ใช่ข้อสรุปว่าระบบจะตรวจจับข้อมูลทุกแบบขององค์กรได้โดยไม่ต้องทดสอบ

2. ทำแผนที่การใช้งานข้อมูล

คำแนะนำในการเตรียมโครงการของ KTNBS คือให้เจ้าของข้อมูลร่วมระบุว่าไฟล์ถูกสร้างที่ใด ใครใช้ และต้องส่งให้ใคร แยกการใช้งานที่จำเป็นออกจากการเคลื่อนย้ายที่ควรตรวจสอบ เพื่อไม่ให้นโยบายเริ่มต้นขัดกับงานประจำโดยไม่รู้เหตุผล

3. แยกสิ่งที่ต้องเฝ้าดูกับสิ่งที่ต้องควบคุม

เขียนนโยบายเป็นภาษาที่ผู้ใช้งานเข้าใจได้ ระบุขอบเขต ผู้มีสิทธิ์ ขั้นตอนขอยกเว้น และเจ้าของการตัดสินใจ การเลือกว่าจะติดตาม แจ้งเตือน หรือควบคุมในกรณีใดควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนทดสอบที่ตกลงร่วมกัน

4. เตรียมกรณีทดสอบที่ไม่ใช้ข้อมูลลับจริง

  • ใช้ข้อมูลจำลองที่ได้รับอนุญาตสำหรับการประเมิน
  • เลือกสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ที่ต้องตรวจสอบ
  • บันทึกทั้งผลการตรวจพบและผลกระทบต่อการทำงาน
  • กำหนดผู้ตรวจผล ผู้ดูแลนโยบาย และขั้นตอนทบทวน

5. ยืนยันผลิตภัณฑ์ รุ่น และขอบเขต

อย่านำรายการความสามารถของ Endpoint DLP Plus ไปถือว่าเป็นสิ่งที่มีใน Endpoint Central ทุก edition หรือกลับกัน ให้ฝ่ายขายยืนยันผลิตภัณฑ์ รูปแบบติดตั้ง และเงื่อนไขที่ตรงกับกรณีใช้งานก่อนประเมินหรือจัดทำใบเสนอราคา

ควรบล็อกทุกช่องทางตั้งแต่เริ่มหรือไม่?

ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจงานจริงและขอบเขตที่ต้องป้องกัน แล้วกำหนดแผนทดสอบและข้อยกเว้นร่วมกับเจ้าของข้อมูล

มี DLP แล้วหมายความว่าข้อมูลจะไม่รั่วไหลอีกเลยหรือไม่?

ไม่ควรรับประกันเช่นนั้น ผลลัพธ์ต้องพิจารณาร่วมกับนโยบาย การตั้งค่า สภาพแวดล้อม และการทำงานของผู้ใช้งาน

ปรึกษาขอบเขตโครงการ DLP ↗

แหล่งอ้างอิง